League of Legends: คู่มือ รูน (Rune) ใน Wild Rift

0
1022

WR - RUNE GUIDE

ในเกม League of Legends: Wild Rift นั้น ถ้าหากเข้าใจว่ารูนแต่ละชนิดทำอะไรได้ รวมถึงใส่รูนให้เหมาะสมกับแชมป์เปี้ยนจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้ และยังช่วยทีมได้มากกว่าด้วยนะ
ผู้เล่นสามารถปรับแต่งการใช้งาน รูน ในช่วงก่อนเริ่มเกม หรือระหว่างที่กำลังเลือกแชมป์เปี้ยนเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแชมป์เปี้ยนให้ดียิ่งขึ้น 

รูนที่แตกต่างกันจะทำงานได้ดีเมื่อจับคู่กับสไตล์การเล่นของบางคนเท่านั้น ดังนั้นการเลือกให้เหมาะสมสามารถพลิกสถานการณ์ของเกมให้กลับมาได้ และช่วยตัดสินว่าใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้นั่นเอง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม

อย่าลืมว่าเติม Wild Cores ได้ที่ Codashop เท่านั้น เพราะเรารับประกันการเติมเงินที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเล่นเกมอย่างไร้กังวล

รูน (Runes) คืออะไร?

รูนถูกใช้เพื่อเสริมศักยภาพของแชมป์เปี้ยน ช่วยให้พวกเขามี stat ที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถเลือกได้ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันในแมทช์นั้นๆ และผู้เล่นยังสามารถเลือกจากการตั้งค่าล่วงหน้าไว้แล้วได้ การเลือกต้องดูจากการจัดทีมของศัตรูและเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของแต่ละคน

Keystone: รูนหลัก มีเอฟเฟ็กต์ทั้งในเชิงรุกหรือรับที่สามารถส่งผลโดยตรงกับเกมของผู้เล่น ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลือกรูนหลักที่ถูกต้องให้กับแชมป์เปี้ยนของคุณ ผู้เล่นสามารถเลือกได้ 1 รูนจากทั้งหมด 8 รูน เพื่อจับคู่ให้กับแชมป์เปี้ยนได้

Minor: รูนรอง มักใช้ในเกมเชิงรุก ผู้เล่นสามารถเลือกรูน 3 ตัวนี้ เพื่อเพิ่มจุดแข็งให้กับแชมป์เปี้ยน หรือจะใช้เพิ่มความแข็งแกร่งที่มีอยู่เดิมก็ได้

รายชื่อรูนที่มีใน Wild Rift

มีรูนอยู่ทั้งหมด 26 รูนที่สามารถใช้ได้ใน Wild Rift
ประกอบไปด้วย รูน 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ :

  • Keystone (หลัก) 
  • Domination (ดาเมจ / โบนัสโจมตี)
  • Resolve (เลือด, ความต้านทาน, รีเจน และอื่นๆ )
  • Inspiration (Utility stats เช่น มานา, โบนัสทอง และอื่นๆ)Wild Rift Runes List
รูน Keystone
Electrocute   Electrocute Passive: การโจมตีและ skills จะสร้าง stacks 1 ต่อครั้ง  แต่ละ stack อยู่ได้ 3 วินาที หากครบ 3 stacks จะทำให้ศัตรูโดนสายฟ้าฟาด และสร้างดาเมจได้ 30 − 184 (ขึ้นกับเลเวล) (+ 40% bonus กายภาพ) (+ 25% เวทย์)


Adaptive Damage: สร้างดาเมจได้ทั้ง physical หรือ magic damage ก็ได้ โดยขึ้นกับว่าเกิดจากประเภทไหน


Cooldown: 25 วินาที


Summoner level: 4

AeryAery Passive: การโจมตีและ skills จะทำให้ Aery พุ่งใส่แชมป์เปี้ยนฝั่งศัตรู สร้างดาเมจได้  10 − 60 (ขึ้นกับเลเวล) (+ 20% bonus กายภาพ) (+ 10% เวทย์) 

หากฮีล, ใส่โล่ป้องกัน หรือบัฟเพื่อนร่วมทีม จะส่ง Aery พุ่งไปสร้างการป้องกันให้พวกเขาได้ 20 − 120 (ขึ้นกับเลเวล) (+ 40% bonus กายภาพ) (+ 20% เวทย์) ได้เป็นเวลา 2 วินาที


Aery จะโจมตีไปยังเป้าหมายนาน 2 วินาที ก่อนที่จะบินกลับมาที่ตัวผู้ใช้งาน และไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าะกลับมาถึง ในช่วงแรก Aery จะทำงานได้ช้ามาก แต่จะค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นทีละนิด และคุณสามารถเก็บคืนได้เมื่อเคลื่อนที่เข้าใกล้เธอ


Adaptive Damage: สร้างดาเมจได้ทั้ง physical หรือ magic damage ก็ได้ โดยขึ้นกับว่าเกิดจากประเภทไหน


Summoner level: 4

ConquerorConqueror Passive: การโจมตีและ skills จะสร้าง stacks of Conqueror แต่ละ stack อยู่ได้นาน 8 วินาที 

สร้างโบนัส Attack Damage ได้ 2 − 6 สูงสุดที่ 10 − 30 (ขึ้นกับเลเวล) หรือ

สร้าง Ability Power ได้  4 − 12 สูงสุด 20 − 60 (ขึ้นกับเลเวล) เก็บสะสมได้ 5 ครั้ง 


ถ้า stack ครบ 5 จะสร้างโบนัส Adaptive damage ได้ 10% 


Adaptive Damage: สร้างดาเมจได้ทั้ง physical หรือ magic damage ก็ได้ โดยขึ้นกับว่าเกิดจากประเภทไหน

Summoner level: 6

Fleet of FootworkFleet of Footwork Unique – Energized: การเคลื่อนที่และการโจมตีพื้นฐาน สร้าง Energize stacks มากสุด 100 stacks


เมื่อ stacks เต็ม การโจมตีครั้งต่อไปจะฮีลได้ 15 – 85 (ขึ้นกับเลเวล) (+ 30% bonus กายภาพ) (+ 30% เวทย์) และได้รับโบนัส 20% movement speed ได้นาน 1 วินาที 


Summoner level: 6

Grasp of the UndyingGrasp of the Undying Passive: การเข้าปะทะจะสร้าง stack หนึ่งอันทุกวินาที ได้นาน 3 วินาที โดย stack เพิ่มเติมจะสร้างได้เมื่อเข้าสู่การปะทะครั้งใหม่เมื่อผ่านไป 2 วินาที 

เมื่อสะสมได้ถึง 4 stacks แล้ว การโจมตีพื้นฐานของคุณในอีก 6 วินาทีข้างหน้า จะใช้ stacks ทั้งหมดและเพิ่มดาเมจเวทย์ 4% ของ max hp , ฮีลเลือด 2% ของ max hp และเพิ่ม hp ให้ 5 แบบถาวร

ระยะเวลาบัฟจะรีเฟรชทุกครั้งที่เข้าต่อสู้

สำหรับแชมป์เปี้ยนระยะไกล เอฟเฟ็กต์ต่างๆ จะลดลงไป 60%

Summoner level: 8

AftershockAftershock Passive: เมื่อจำกัดการเคลื่อนไหวแชมป์เปี้ยนฝั่งตรงข้าม 

  • โบนัส เกราะ 50 (+ 50% เกราะ)
  • โบนัส magic resistance 50 (+ 50% เกราะเวทย์) 

เป็นเวลา 2.5 วินาที


เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะปลดปล่อยคลื่น shockwave สร้าง magic damage ได้ 12 – 110 (ขึ้นกับเลเวล) (+ max hp) 


Cooldown: 35 วินาที

 

Summoner level: 8

Font of LifeFont of Life Passive: ทำให้ช้าหรือจำกัดการเคลื่อนไหวแชมป์เปี้ยนฝั่งตรงข้าม จะติด mark 4 วินาที


เพื่อนร่วมทีมที่ใช้การโจมตีพื้นฐานใส่จะได้ฮีล 3% จาก max hp ของคุณ ได้นาน 2 วินาที 

Summoner level: 10

KleptomancyKleptomancy Passive: ภายหลังการใช้ skills แล้ว คุณจะได้รับไอเทมเอฟเฟ็กต์แบบสุ่มสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป


Cooldown: 25 วินาที

Summoner level: 10

 

รูนรอง ( แถวที่ 1 – Domination)

BrutalBrutal Passive: (Adaptive)

  • เพิ่มดาเมจกายภาพ 7 และเจาะเกราะเพิ่มขึ้น 2% 

 หรือ 

  • เพิ่มดาเมจเวทย์ 14 และเจาะเกราะเวทย์เพิ่ม 2% 

Summoner level: 4

Gathering Storm

Gathering Storm

Passive: (Adaptive)

ในทุก 2 นาที จะได้รับ

  • ดาเมจกายภาพ 2 

 หรือ 

  • ดาเมจเวทย์ 4

Summoner level: 4

Hunter - Vampirism

Hunter – Vampirism

Passive: (Adaptive)

ได้รับดูดเลือด กายภาพ หรือ เวทย์ 2% 

ทุกครั้งที่จัดการแชมป์เปี้ยนตัวที่ไม่ซ้ำกัน จะได้รับ

  • ดาเมจกายภาพ 2 และ ดูดเลือดกายภาพ 1%
    สูงสุด 10 และ 7% ตามลำดับ

 หรือ

  • ดาเมจเวทย์ 4 และ ดูดเลือดเวทย์ 1%
    สูงสุด 20 และ 7% ตามลำดับ

 สูงสุดคือ 5 stacks

Summoner level: 6

TriumphTriumph Passive: 

  • ทุกครั้งที่จัดการแชมป์เปี้ยนได้ จะฟื้นฟู 10% hp
  • เพิ่มดาเมจ 3% ใส่ศัตรูที่เหลือ hp น้อยกว่า 35%

Summoner level: 8

WeaknessWeakness Passive: ทำให้ช้าหรือจำกัดการเคลื่อนไหวแชมป์เปี้ยนฝั่งตรงข้ามจะสร้าง mark ใส่นาน 5 วินาที ซึ่งทำให้ศัตรูโดนดาเมจเพิ่ม 5%

Summoner level: 10

ChampionChampion Passive: เพิ่มดาเมจใส่แชมเปี้ยนได้ 10% แต่จะสูญเสียไป 5% ในแต่ละครั้งที่ตายจนกว่าโบนัสจะหายไป


Summoner level: 10

 

รูนรอง (แถวที่ 2 – Resolve)

BackboneBackbone Passive: ได้รับเกราะ 10 หรือเกราะเวทย์ 10 ขึ้นอยู่กับว่าอะไรน้อยกว่า

Summoner level: 4

Conditioning

Conditioning

Passive: ได้รับเกราะ 8 และเกราะเวทย์ 8 หลังจากเล่นเกมไปได้ 5 นาที

Summoner level: 4

Hunter - TitanHunter – Titan Passive: ได้รับ 20 max hp ทุกครั้งที่จัดการแชมป์เปี้ยนที่ไม่ซ้ำ จะได้รับ 20 max hp และกันสถานะ 4% เพิ่มได้มากถึง 120 max hp และกันสถานะ 20% เมื่อสะสมได้ถึง 5 stacks

Summoner level: 6

RegenerationRegeneration Passive: ทุกๆ 3 วินาที จะเพิ่ม 2% hp หรือ 2% mana ที่เสียไปให้กลับมาได้ ขึ้นอยู่กับว่าเปอร์เซ็นต์ด้านไหนเหลือต่ำกว่ากัน

Summoner level: 8

Loyalty
Loyalty
Passive: ได้รับเกราะ 2 และเกราะเวทย์ 5 และเพื่อนแชมป์เปี้ยนที่อยู่ใกล้คุณมากที่สุดก็จะได้รับเกราะ 5 และเกราะเวทย์ 2 

ซึ่งสามารถ stack ได้อีกด้วย

Summoner level: 10

Spirit WalkerSpirit Walker Passive: ได้รับ 50 max hp และ 20% ต้านสถานะ slow

Summoner level: 10

 

รูนรอง (แถวที่ 3 – Inspiration)

PathfinderPathfinder Passive: ช่วงที่ไม่มีการปะทะจะได้รับโบนัส 8% movement speed ในบริเวณพุ่มไม้, ป่าและแม่น้ำ

Summoner level: 4

Mastermind
Mastermind
Passive: สร้างโบนัส true damage ได้ 10% ต่อ Epic Monsters และพวก Turrets อีกทั้งยังได้รับ 100 gold พิเศษ และ 500XP เมื่อร่วมจัดการ epic monsters และพวก turrets

Summoner level: 4

Hunter - GeniusHunter – Genius Passive: ได้รับ 2.5 ability haste ทุกครั้งที่จัดการแชมป์เปี้ยนที่ไม่ซ้ำ จะได้รับ 2.5 ability haste ได้มากถึง 15 อันเมื่อสะสมได้ถึง 5 stacks

Summoner level: 6

Sweet ToothSweet Tooth Passive: เพิ่ม Honeyfruit healing มากขึ้นอีก 25% ในการกินผลไม้แต่ละครั้งจะได้รับ 20 gold อีกด้วย

Summoner level: 8

Pack Hunter
Pack Hunter
Passive: เมื่ออยู่ใกล้กับเพื่อนแชมป์เปี้ยนในทีม จะได้รับโบนัส movement speed เพิ่มขึ้น 2% ทุกครั้งที่มีส่วนร่วมในการจัดการศัตรูได้ จะได้รับ 50 gold และเพื่อนก็จะได้ 50 gold ด้วยเช่นกัน (ยิ่งเพื่อนมาร่วมเยอะยิ่งเพิ่ม)

Summoner level: 10

Manaflow BandManaflow Band Passive: เมื่อร่าย skills หรือโจมตีแบบเสริมพลังใส่แชมป์เปี้ยนฝั่งตรงข้ามแต่ละครั้ง จะเพิ่ม maximum mana อย่างถาวรได้ครั้งละ 30 เก็บได้สูงสุดถึง 300 mana

Summoner level: 10

 

การตั้งค่าทั่วไปสำหรับรูนใน Wild Rift

ถึงแม้ว่าในตัวเกม Wild Rift จะมีการแนะนำการใช้รูนต่างๆ เป็นพิเศษสำหรับแชมเปี้ยนทุกตัวไปแล้ว แต่ผู้เล่นยังจำเป็นต้องตั้งค่าและปรับการใช้งานทั้งรูนหลักและรอง เพื่อให้เหมาะกับแชมป์เปี้ยนที่ใช้เอง เพราะสิ่งนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเริ่มการต่อสู้ โดยเราได้รวบรวมข้อมูล เพื่อช่วยในการตั้งค่ารูนให้เหมาะสมกับแต่ละบทบาทให้ได้มากที่สุด ดังรายการต่อไปนี้

สำหรับแชมป์เปี้ยน Attack Damage Carry (ADC):

รูนหลัก: Fleet Footwork, Kleptomancy หรือ Conqueror

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Brutal, Gathering Storm, หรือ Triumph
(แถวที่ 2 – Resolve) – Regeneration
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Manaflow Band, Hunter-Genius

สำหรับแชมป์เปี้ยน Tank Support: 

รูนหลัก: Font of Life หรือ Aftershock

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Triumph หรือ Weakness
(แถวที่ 2 – Resolve) – ใช้รูนไหนก็ได้
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Pack Hunter หรือ Hunter-Genius

สำหรับแชมป์เปี้ยน Ability Power (AP) Support: 

รูนหลัก: Font of Life

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Triumph หรือ Weakness
(แถวที่ 2 – Resolve) – ใช้รูนไหนก็ได้
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Hunter-Genius หรือ Manaflow Band

สำหรับแชมป์เปี้ยน (AP) Mid-Lane สายเวทย์:

รูนหลัก: Aery หรือ Kleptomancy

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Weakness, Triumph หรือ Brutal
(แถวที่ 2 – Resolve) – Regeneration
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Hunter-Genius หรือ Manaflow Band

สำหรับแชมป์เปี้ยน (AD) Mid-Lane สายกายภาพ:

รูนหลัก: Fleet Footwork หรือ Conqueror

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Brutal หรือ Triumph
(แถวที่ 2 – Resolve) – Regeneration
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Hunter-Genius

สำหรับแชมป์เปี้ยน ตัว Tank เลน Baron: 

รูนหลัก: Aftershock, Font of Life หรือ Grasp of the Undying

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Triumph หรือ Weakness
(แถวที่ 2 – Resolve) – Conditioning
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Pack Hunter หรือ Hunter-Genius

สำหรับแชมป์เปี้ยน Bruiser เลน Baron: 

รูนหลัก: Conqueror หรือ Grasp of the Undying

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Gathering Storm หรือ Triumph
(แถวที่ 2 – Resolve) – Regeneration
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Pathfinder หรือ Hunter-Genius

สำหรับแชมป์เปี้ยน (AP) Jungle สายเวทย์: 

รูนหลัก: Electrocute

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Triumph หรือ Brutal
(แถวที่ 2 – Resolve) – Regeneration
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Pathfinder, Sweet Tooth, หรือ Mastermind

สำหรับแชมป์เปี้ยน (AD) Jungle สายกายภาพ: 

รูนหลัก: Aftershock หรือ Conqueror

รูนรอง:

(แถวที่ 1 – Domination) – Triumph หรือ Brutal
(แถวที่ 2 – Resolve) – Regeneration
(แถวที่ 3 – Inspiration) – Pathfinder, Sweet Tooth, หรือ Mastermind

การใช้รูนที่เหมาะสมจะนำไปสู่ชัยชนะ

โดยทั่วไปแล้ว มีสูตรการผสมรูนมากมายให้คุณเลือกใช้งาน คุณควรเรียนรู้ความสามารถของรูนแต่ละอัน ดูว่ามันเพิ่มความสามารถของแชมป์เปี้ยนของคุณได้อย่างไรบ้าง แล้วอย่าลืมตั้งค่ารูนสำหรับแชมเปี้ยนที่คุณชื่นชอบไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงใช้เวลาในศึกษาเกี่ยวกับศัตรูในเลนของคุณ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเล่นแชมป์เปี้ยนที่คุณรักได้อย่างเต็มศักยภาพยังไงล่ะ

อย่าลืมว่าเติม Wild Cores ได้ที่ Codashop เท่านั้น เพราะเรารับประกันการเติมเงินที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเล่นเกมอย่างไร้กังวล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here