Wild Rift – มุ่งสู่ Challenger! เคล็ดลับที่จะพาคุณถึงฝั่งฝัน

0
482

League of Legends Wild Rift - Challenger Tips to help you rank faster

ความฝันอันสูงสุดของเหล่าซัมมอนเนอร์ภายในเกม League of Legends: Wild Rift คือการไปถึงจุดสูงสุดในการเล่นแบบจัดอันดับนั่นก็คือ — Challenger ซึ่งเป็นจุดที่ระดับของเกมนั้นแตกต่างจาก rank อื่นๆ โดยคุณจะได้เจอกับผู้เล่นที่เล่นเพื่อการแข่งขันและมีเทคนิคการเล่นที่ล้ำหน้ากันแล้ว การเอาชนะให้ผ่านครบทั้งสิบระดับนั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหรอกนะ! ในวันนี้เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณขยับขึ้นไปในอันดับที่สูงขึ้นและคว้าเอา Challenger badge นั้นมาให้ได้!

อันดับใน LoL: Wild Rift คืออะไร

สรุปก็คือระบบการจัดอันดับของ League of Legends: Wild Rift นั้นจะประกอบด้วยสิบระดับโดยแยกตามลำดับความสามารถ เหล่าซัมมอนเนอร์มือใหม่จะสามารถปลดล็อก Ranked PVP ได้เมื่อไปถึงเลเวล 10 ผู้เล่นยังสามารถตรวจสอบอันดับในลีกได้ในโปรไฟล์ของพวกเขา มาดูกันว่าแรงค์ที่เรียงตามลำดับต่ำไปสูงด้านล่างนี้มีอะไรบ้าง

  • Iron
  • Bronze
  • Silver
  • Gold
  • Platinum
  • Emerald
  • Diamond
  • Master
  • Grandmaster
  • Challenger

Wild Rift - Ranking

Wild Rift - Rankings

League of Legends:การจัดอันดับของ Wild Rift มีสิบระดับ เครดิตภาพ: Riot Games / Wild Rift

เคล็ดลับในการไต่แรงค์ใน Wild Rift (เส้นทางสู่ Challenger)

ทุกคนล้วนอุทิศเวลาให้กับเกมแบบจัดอันดับเพื่อไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นคุณต้องพร้อมมากที่สุด เล่นให้เจ๋งที่สุดเพื่อเอาชนะและได้รับ ELO ซึ่งเคล็ดลับต่อไปนี้จะสามารถช่วยให้คุณเอาชนะได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ

  • เล่นเกมให้มาก

เริ่มจากพื้นฐานกันก่อนเลย – การเล่นเกมบ่อยขึ้น หรือการใช้เวลาในเกมมากขึ้นจะทำให้คุณคุ้นเคยกับกลไกของเกมและมีความรู้สึกมั่นใจ คุณจะได้เห็นได้ใช้งานสกิลต่างๆ ของแชมเปี้ยนต่างๆ บนแผนที่จริง เมื่อคุณเล่นไปเรื่อยๆคุณจะเข้าใจถึง objectives ต่างๆ และวิธีการจัดลำดับความสำคัญ หากคุณเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แล้วล่ะก็ การเล่นเกมมากขึ้นก็จะช่วยสร้างความมั่นใจในเกมจัดอันดับนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่ได้มีสกิลอะไรมากไปกว่าคนอื่นอ่ะนะ

  • เล่นให้สมบทบาทของแชมเปี้ยน 

คุณจะมีโอกาสมากขึ้นหากคุณเล่นแชมเปี้ยนได้สมกับตำแหน่งนั้นๆ หมั่นเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแชมเปี้ยนตัวนั้นๆ – ในด้านการใช้สกิล การทำงานเป็นทีม ทำความคุ้นเคยกับหน้าที่ของคุณ (Baron, Mid, Jungler, Dragon Lane – ADC และ Support) ทั้งเป้าหมายและวิธีการไปถึงเป้าหมายนั้น หากคุณกำลังเล่นแชมเปี้ยนสายแทงค์ คุณควรรู้วิธีการต่อสู้แบบทีมและปกป้องตัวสร้างดาเมจของทีมคุณเอง สำหรับพวกสายป่าให้เน้นการฟาร์มของคุณให้ดี ศึกษาการจับคู่เลนเพื่อเรียนรู้การเล่นแบบทีม เล่นเกมในรูปแบบหลากหลายเพื่อทำความคุ้นเคยกับแชมเปี้ยนต่างๆ และวิธีตอบโต้พวกเขา เมื่อคุณเชี่ยวชาญแชมเปี้ยนของคุณแล้วก็หมายความว่าคุณจะเล่นได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

Wild Rift - Lineup

ฝึกฝนแชมเปี้ยนของคุณให้ชำนาญ เพื่อให้คุณเล่นได้อย่างเหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ

สำหรับมือใหม่เราขอแนะนำให้เล่นแชมเปี้ยนจำนวนแค่สองสามตัวก็พอ เพราะนั่นจะทำให้คุณเชี่ยวชาญในระยะยาว แต่ถ้าฝั่งตรงข้ามแบนหรือเลือกแชมเปี้ยนหลักของคุณ นั่นหมายถึงได้เวลาเลือกอีกตัวที่เหลือของคุณแล้วล่ะ หรืออาจลองเลือกตัวที่เล่นง่ายเพื่อให้สามารถโฟกัส objectives และรับรู้ถึงแผนที่รอบๆตัว มากกว่าโฟกัสการเล่นของแชมเปี้ยนตัวนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น Jinx (ในฐานะ ADC) หรือจะใช้ Darius สำหรับ Baron lane รวมถึง Janna ก็เหมาะกับมือใหม่มากทีเดียว

เมื่อคุณทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ดีแล้ว ชัยชนะในการต่อสู้ของทั้งคุณและทีมก็ไม่ไกลเกินฝันแล้วล่ะ

  • จัดความสำคัญให้เป้าหมายบางอย่างมากกว่าเป้าหมายอื่น 

อย่าโฟกัสแค่การคิลเพราะมันไม่ช่วยให้ชนะหรอกนะ แน่นอนว่าการที่คุณได้เก็บ Ace หรือ Pentakill ให้ความรู้สึกที่ดีทีเดียว แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักคือมีความคืบหน้าในการแข่งขัน ดังนั้นคุณควรจะเรียงความสำคัญตามนี้คือ 1.ทำลายป้อมปราการ 2.เก็บบารอนและมังกร 3.แล้วค่อยไปเก็บคิลทีหลัง

เมื่อทำเป้าหมายเหล่านี้ได้สำเร็จแล้ว จะช่วยให้ทีมของคุณได้บัฟแบบถาวรและยังได้รับเงินมากขึ้น เพื่อใช้ในการซื้อไอเทมต่างๆได้อย่างรวดเร็วขึ้นอีกด้วย หากคุณทำตามวิธีการอย่างถูกต้อง ทีมของคุณจะสามารถไล่กดดันศัตรูอย่างบ้าคลั่ง ทีนี้ก็เหลือป้อมของศัตรูให้ตีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นชัยชนะอยู่ไม่ไกล ไปคว้ามันมาให้ได้ล่ะ

  • ใช้ประโยชน์จาก Wild Rift’s Ranked Fortitude System

ผู้เล่นที่เล่นได้ดีอย่างสม่ำเสมอจะได้รับการตัวช่วยผ่านระบบ Ranked Fortitude System การเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง, เล่นอย่างมีชั้นเชิง, เล่นกับเพื่อนร่วมทีมที่ AFK, หรือเผชิญหน้ากับทีมอันแข็งแกร่งจะทำให้คุณได้รับคะแนน Points เพิ่มมากขึ้น แต่หากทำพฤติกรรมแย่ๆ คะแนนพวกนี้ก็จะถูกลดลงตามความเหมาะสม

Wild Rift’s Ranked Fortitude System

ด้านดีก็คือคุณจะได้รับสอง Ranked Marks เมื่อคุณชนะการแข่งขันตอนที่มีแถบ Fortitude เต็มพิกัดโดยอัตโนมัติ ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์มากเมื่อคุณอยากออกจากระดับ Iron และ Bronze

ผู้ที่มีพฤติกรรมการเล่นที่ดีจะได้รับ Fortitude มากกว่าผู้เล่นที่มีพฤติกรรมแย่ อธิบายง่ายๆ ก็คือ Fortitude จะช่วยคุณไม่ให้เสีย Ranked Marks ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการจัดอันดับของคุณ

  • อัปเดต META ให้เป็นปัจจุบัน

ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องยากแต่สามารถช่วยได้ดีทีเดียว Riot มักจะทำการอัปเดต Champion และสิ่งอื่นๆ เมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นคุณควรพยายามอัพเดทข้อมูลเหล่านี้ให้ทัน อ่านบันทึกอัปเดตแพตช์แต่ละครั้งเพื่อดูว่าแชมเปี้ยนหลักของคุณถูกบัฟหรือเนิร์ฟหรือไม่ บางทีแชมเปี้ยนหลักของคุณอาจเก่งเกินไปเลยถูกเนิร์ฟเพื่อให้ยุติธรรมสำหรับผู้อื่นในการอัปเดตแพตช์ครั้งถัดไปก็ได้

นอกจากนี้ พยายามเรียนรู้เกี่ยวกับเมตาแชมเปี้ยนและใช้งานพวกมันในการเล่นแบบจัดอันดับ เพราะพวกเขามีสกิลทรงพลังพร้อมทั้งประสิทธิภาพในการต่อสู้ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมแล้ว

  • เล่นแบบดูโอ (หรือทรีโอ)

ข้อสุดท้ายนี้ มันคงจะดีถ้าคุณมีเพื่อนที่ไว้ใจได้มาร่วมทีม การเล่นเป็นคู่สองหรือสามคนในเกมจัดอันดับ จะทำให้การปรับบทบาทการทำงานร่วมกันเป็นทีมมีศักยภาพสูงขึ้น ช่วยให้สู้กับทีมศัตรูได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการเล่นกับเพื่อนที่เราไว้ใจยังทำให้การสื่อสารดีขึ้นและเข้าใจเป้าหมายได้ชัดเจนด้วยเช่นกัน

Wild Rift Lobby

สิ่งสำคัญก็คือเมื่อทำตามคำแนะนำเหล่านี้แล้วจะเพิ่มโอกาสในการเอาชนะภายในเกมและสามารถไต่แรงค์เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

อย่าลืมว่าเติม Wild Cores ได้ที่ Codashop เท่านั้น เพราะเรารับประกันการเติมเงินที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเล่นเกมอย่างไร้กังวล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here